16.11.53

แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน


       
         หนึ่งในบรรดาคำสอนอันล้ำค่าที่จะช่วยอาการซึมเศร้าได้ เป็นคำสอนที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา ทว่าคำสอนที่ดูเหมือนง่ายนี้ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายๆ ด้วย เมื่อเราอยู่ในสภาวะที่ปราศจากอาการซึมเศร้าอย่างแท้จริง เราจึงจะสามารถยืนยันได้ว่า เราเข้าใจเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้จริงๆ

         นักโทษคนใหม่กำลังรู้สึกกลัวและซึมเศร้าอย่างหนัก กำแพงหินในห้องขังดูดซับความอบอุ่นทั้งหมดไปสิ้น ลูกกรงเหล็กแข็งๆ กางกั้นความเห็นอกเห็นใจทั้งหมดออกไป เสียงกระแทกของเหล็กเมื่อประตูหลายๆ บานปิดลง ปิดกั้นความหวังให้ไกลเกินเอื้อม ใจของเขาจมดิ่งลงลึกเท่ากับโทษจำคุกที่ยาวนาน บนกำแพงใกล้ๆ หัวเตียง เขาเห็นรอยขูดบนหินเป็นคำต่อไปนี้ แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน

         คำเหล่านี้ทำให้เขาผ่านพ้นไปได้ เช่นเดียวกับที่มันคงได้ช่วยค้ำจุนนักโทษคนก่อนหน้าเขา ไม่ว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญอย่างไร เขาจะมองดูคำจารึกนั้นและจดจำไว้ 'แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน' วันที่เขาได้รับการปล่อยตัว เขาตระหนักถึงสัจธรรมของคำเหล่านี้ เวลาจองจำของเขาสิ้นสุดลงแล้ว คุกได้ผ่านพ้นไปแล้วเช่นกัน

         เมื่อเขาได้ชีวิตคืนกลับมา เขายังพิจารณาตรึกตรองถึงข้อความนั้นอยู่เสมอ เขียนมันไว้บนเศษกระดาษต่างๆ ทิ้งไว้ข้างเตียง ในรถ และที่ทำงาน แม้ในเวลาย่ำแย่ เขาก็ไม่เคยท้อแท้ เขาเพียงแค่ระลึกว่า 'แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน' แล้วยืนหยัดสู้ต่อไป ช่วงเวลาที่ย่ำแย่เหล่านั้นไม่เคยที่จะยาวนานเกินทน และแล้วเมื่อเวลาดีๆ มาถึง เขาจะมีความสุขกับมัน แต่ไม่เคยประมาทเกินไป เขายังคงระลึกอยู่ว่า 'แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน' เขาดำเนินชีวิตโดยไม่ประมาท ดูเหมือนว่าช่วงเวลาดีๆ ของเขาจะยาวนานเป็นพิเศษ

         แม้เมื่อเขาเป็นมะเร็ง ข้อความ 'แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน' ให้ความหวังแก่เขา ความหวังก่อให้เกิดความเข้มแข็งและทัศนคติที่ดีงาม ซึ่งสามารถเอาชนะโรคได้ วันหนึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า เจ้ามะเร็งได้ผ่านพ้นไปแล้วเช่นกัน

         วันสุดท้ายในชีวิตของเขา บนเตียงที่เขากำลังจะตาย เขากระซิบบอกทุกๆ คนที่เขารักว่า "แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน" แล้วเขาก็จากไปอย่างสงบ คำพูดของเขาเป็นของขวัญแทนความรักชิ้นสุดท้ายที่เขาได้มอบให้แก่ครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขา ทุกๆ คนได้เรียนรู้จากเขาว่า 'แล้วความเศร้าโศกจะผ่านพ้นไปเช่นกัน'

         ความซึมเศร้าเป็นเรือนจำที่พวกเราหลายๆ คนจะต้องผ่านเข้าไป 'แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน' จะช่วยให้เราผ่านพ้นมันไปได้ นอกจากนี้มันยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสาเหตุสำคัญของการซึมเศร้าที่เกิดจากความประมาทในช่วงดีๆ ของชีวิตอีกด้วย

         คัดลอกมาจากหนังสือ 'ชวนม่วนชื่น' ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า โดย พระอาจารย์พรหม แปลจากหนังสือภาษาอังกฤษ ชื่อว่า 'Opening the Door of Your Heart' เป็นหนังสือที่อ่านสนุก และได้ข้อคิดดีๆ มากมาย รับรองว่าถ้าใครได้อ่านต้องได้หัวเราะออกมาดังๆ กับเรื่องสนุกๆ ที่ผู้เขียนได้เล่าไว้อย่างแน่นอน ^o^ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะยังมีขายอยู่รึเปล่า เพราะพิมพ์ตั้งแต่ปี 2549 ถ้ามีเวลาจะนำเรื่องอื่นๆ มาลงให้ได้อ่านกันอีกนะจ้ะ

9.11.53

สิ่งดีๆที่มหิดล (ศาลายา)

   ใครบางคนได้กล่าวไว้ว่า "การอ่านคือรากฐานที่สำคัญ" สำหรับคนที่หลงรักการอ่านอย่างหัวปักหัวปำก็คงจะเห็นด้วยกับประโยคดังกล่าว เพราะเวลาที่เรานั่งลงอ่านหนังสือดีๆสักเล่ม สิ่งที่เราได้นอกเหนือจากความเพลิดเพลิน เรายังได้มีจินตนาการอันกว้างไกล แรงบันดาลใจอันบรรเจิศ และอารมณ์สุขอันเกิดจากปัญญา ท่าน ว. เคยกล่าวไว้ว่า ความสุขของคนเรามีหลายระดับ และระดับหนึ่งที่นักวิชาการส่วนใหญ่ได้รับคือ ความสุขจากปัญญา ปัญญาที่ช่วยให้คนเราสามารถเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด และช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ปัญญาดังกล่าวก็ได้มาจาก "หนังสือ" และสถานที่ที่นักอ่านชอบไปก็คงจะหนีไม่พ้น "ห้องสมุด" ^o^ 

        วันนี้เลยถือโอกาสพาหนอนหนังสือทั้งหลายไปชม "ห้องสมุด" ที่เปิดให้บริการฟรี บรรยากาศดี และเสียงไม่ดัง นั่นก็คือ ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาของการไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดนี้ ก็เพราะต้องนั่งเป็นเพื่อนน้องหัดขับรถไปม. เลยถือโอกาสไปนั่งอ่านหนังสือสอบ TOEIC ด้วยเลย สิ่งที่ประทับใจที่สุด คงจะเป็นความใจกว้างของทางม. ที่นอกจากจะเปิดห้องสมุดให้บุคคลภายนอกเข้าฟรีแล้ว ยังมีบริการรถจักรยานให้ขี่ฟรี รอบม. ด้วย สมแล้วกับคำขวัญที่ว่า "Wisdom of the Land" ปัญญาของแผ่นดิน ตามไปดูบรรยากาศกันเลยดีกว่า เผื่อว่าใครว่างๆ สนใจจะไปนั่งอ่านหนังสือชิวๆ ^o^

 ทางเข้าหอสุมด หอสมุดที่นี่มีทั้งหมด 3 ชั้น
ชั้นแรกเป็นหนังสือวารสารต่างๆ
ชั้นที่สองเป็นหนังสือด้านวิทยาศาสตร์
ชั้นที่สามเป็นหนังสือด้านมนุษยฯและสังคม
 เข้าไปจะเจอโซน MUSIC ก่อน เป็นเวทีจัดเสวนาต่างๆ ตลอดทั้งวันจะมีการเปิดเพลงเพราะๆ คลอเบาๆ
 โซนจัดแสดงหนังสือมาใหม่
 ที่นั่งพักดื่มน้ำ
 ให้บริการคอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษามหิดล
 บริเวณที่นั่งเล่นของวิทยาลัยนานาชาติที่อยู่ติดกับหอสมุด
 Quiet Zone เป็นโซนอ่านหนังสือที่เงียบมากจริงๆ ^o^ Confirm!
 ภายในบริเวณ Quiet Zone ^o^
 เวลาทำการของห้องสมุด

        วันที่ไปเป็นวันศุกร์พอดี เลยได้ไปเดินตลาดนัดสีเขียวที่ทางม. จัดให้คนมาขายของตั้งแต่เช้าประมาณ 8 โมง ไปจนถึงประมาณบ่าย 2 ของทุกวันศุกร์ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอาหารการกินเยอะแยะมากมาย นึกว่าตัวเองเดินอยู่วังหลัง 555 ที่ชื่อว่า "ตลาดสีเขียว" ก็เพราะว่าเป็นการรณรงค์ไม่ใช้โฟมและถุงพลาสติก ใช้ใบตองใส่อาหาร และลดใช้พลาสติกต่างๆ ถือว่าเป็นไอเดียที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ดีทีเดียว



ทอดมันปลากรายสมุนไพรในเรือใบตอง

 ถังขยะทุกที่ในม.เป็นแบบนี้หมดเลย

        ที่นี่มีจักรยานฟรีให้บริการด้วย อะไร อะไรก็ฟรีไปหมด ชอบจัง จักรยานฟรีที่นี่เป็นสีขาวทุกคัน และทุกคันก็จะมีป้ายทะเบียนติดไว้ด้วย พบเห็นได้ทั่วไป พอเห็นปุ๊บก็สามารถลากไปขี่ได้ทันทีเลย แต่ว่าต้องมองหาคันดีๆ นานหน่อยนะ เพราะว่าจักรยานฟรีส่วนใหญ่ที่เห็นจะอยู่ในสภาพที่ยางแบนบ้าง โซ่หลุดบ้าง ตาดีได้ตาร้ายเสียจริงๆ แต่เอาน่า ขึ้นชื่อว่าฟรี ก็ดีทั้งนั้นแหละ ว่ามั้ย 555 

 "ความสุขไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง" ^o^ แล้วพบกันใหม่นะจ้ะ